วันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2559



บันทึกการเรียนครั้งที่ 15
วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
เวลา 08.30-11.30 น.





เนื้อหาที่เรียน

พูดคุยเรื่องการจัดทำโครงการ

1.เนื้อหาการให้ความรู้ผู้ปกครอง
  • หนังสือสำหรับเด็ก
  • หนังสือเด็กในปัจจุบัน
  • หนังสือเด็กในประเทศไทย
  • ลักษณะหนังสือที่เด็กชอบ
  • จุดมุ่งหมายของหนังสือเด็ก
  • เทคนิคการเล่านิทาน
2.สถานที่จัดโครงการ
  • มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
3.กิจกกรมในโครงการ
  • การบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับหนังสือนิทาน
  • การประดิษฐ์หุ่นมือจากกระดาษ





การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
      รู้ขั้นตอนการจัดโครงการให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง ปรับเนื้อหาการจัดโครงการและรูปเล่มให้เหมาะสม รู้จักการทำงานร่วมกัน

ประเมินผล
ประเมินตนเอง
  ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์แนะนำและจดบันทึก

ประเมินเพื่อน
 ตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์แนะนำ

ประเมินอาจารย์ 
 ตอบข้อสงสัยและให้คำแนะนำคำปรึกษาเรื่องการจัดโครงการและรูปเล่มโครงการ


บันทึกการเรียนครั้งที่ 14
วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
เวล 08.30-11.30 น.


เนื้อหาที่เรียน
    ประชุมเกี่ยวกับการจัดโครงการ

สิ่งที่ต้องจัดทำคือ
1.เขียนโครงการ ประกอบด้วย 11 หัวข้อ
  • ชื่อโครงการ
  • วัตถุประสงค์และเป้าหมาย
  • เนื้อหา/หลักสูตร
  • เป้าหมาย 2 แบบ คือ เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
  • วัน เวลาและสถานที่
  • รูปแบบโครงการ
  • แผนการดำเนินงาน
  • งบประมาณ
  • ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  • การติดตามผลและประเมินโครงการ
  • ผู้รับผิดชอบโครงการ
2.คำสั่งแต่งตั้ง
3.กิจกรรมที่จะทำในโครงการ
4.การจัดเอกสารการให้ความรู้ เช่น ป้ายนิเทศ แผ่นพับ
5.แบบประเมินโครงการ
6.แฟ้มโครงการ






การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
      เข้าใจขั้นตอนและวิธีการจัดโครงการมากยิ่งขึ้น รู้แนวทางการจัดกิจกรรมที่เหมาะสม

ประเมินผล
ประเมินตนเอง
 ตั้งใจฟังที่อาจารย์แนะนำ

ประเมินเพื่อน 
 ตั้งใจฟังที่อาจารย์แนะนำ มีการจดบันทึก

ประเมินอาจารย์
 ให้คำปรึกษาและแนะนำเรื่องการจัดโครงการ



บันทึกการเรียนครั้งที่ 13
วันจันทร์ที่  31  ตุลาคม พ.ศ. 2559
เวลา 08.30-11.30 น.




เนื้อหาที่เรียน


วิเคราะห์แบบสอบถามการให้ความรู้ผู้ปกครองของเด็กปฐมวัย

แต่ละกลุ่มออกมารายผลการลงพื้นที่ 

การดำเนินการ
    - ผู้ปกครองตอบแบบสอบถามจำนวน 50 ชุด

ปัญหาที่พบ
- ผู้ปกครองบางท่านไม่สะดวกในการตอบแบบสอบถาม
- ผู้ปกครองบอกหัวข้อเยอะเกินไป
- ผู้ปกครองบางท่านอ่านหนังสือไม่ออก
- ผู้ปกครองบางท่านเป็นผู้สูงอายุ

ข้อเสนอแนะ
- การเลี้ยงดูเด็กให้ครบพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน
- เลี้ยงลูกแบบไหนไม่ให้เด็กเอาแต่ใจตนเอง โมโหร้าย










สรุปผลการวิเคราะห์เรื่องที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ต้องรู้ 3 อันดับ

อันดับที่ 1  การจัดสภาพแวดล้อมที่บ้าน
อันดับที่ 2  พัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็กปฐมวัย
อันดับที่ 3  อาหารและโภชนาการสำหรับเด็ก







การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
ทราบถึงหัวข้อที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ต้องการรู้ เพื่อเป็นแนวทางในการจัดโครงการการให้ความรู้ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย

ประเมินผล
ประเมินตนเอง
  ตั้งใจวิเคราะห์ข้อมูล

ประเมินเพื่อน
  ตั้งใจวิเคราะห์วิเคราะห์ข้อมูล และให้ความร่วมมือกับการทำงาน

ประเมินอาจารย์
  ให้คำแนะนำเพิ่มเติม


บันทึกการเรียนครั้งที่ 12
วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559
เวลา 08.30-11.30 น.





***งดการเรียนการสอน เนื่องจากหยุดชดเชยวันปิยมหาราช***



บันทึกการเรียนครั้งที่ 11 
วันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2559
เวลา 08.30-11.30 น.



เนื้อหาที่เรียน


ให้ผู้ปกครองตอบแบบสอบถามเรื่องการให้ความรู้ผู้ปกครองของเด็กปฐมวัย











ตัวอย่างแบบสอบถาม






การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้
ได้ลงพื้นที่และได้พูดคุยกับผู้ปกครองเด็กและได้ทราบความต้องการจริงๆของผู้ปกครอง

ประเมินผล
ประเมินตนเอง
 ตั้งใจไปหาผู้ปกครองตอบแบบสอบถาม

ประเมินเพื่อน
 ตั้งใจทำงานร่วมมือกัน

ประเมินอาจารย์
 ให้คำแนะนำและคำปรึกษาเกี่ยวกับโครงการ

วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559



บันทึกการเรียนครั้งที่ 10
 วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม 2559


การเขียนโครงการให้ความรู้ผู้ปปกครอง





ส่วนประกอบการเขียนโครงการ
ชื่อโครงการ: เป็นสิ่งที่บ่งบอกให้ทราบในเบื้องต้นถึงโครงการที่จะดำเนินการ ชื่อโครงการควรเป็นชื่อที่ชัดเจน กระชับ และเข้าใจง่าย
ผู้รับผิดชอบโครงการ: เป็นการบ่งบอกหัวหน้าโครงการหรือผู้ที่รับผิดชอบโครงการ ควรจะระบุชื่อบุคคล รวมทั้งตำแหน่งและหน้าที่ ไม่ควรระบุเป็นชื่อของหน่วยงานเพียงอย่างเดียวเพราะอาจเกิดความยากลำบากในการติดตามหาผู้รับผิดชอบโครงการ
หลักการและเหตุผล: เป็นการอธิบายถึงที่มา ปัญหา และเหตุจำเป็นที่จะต้องมีการจัดทำโครงการ โดยมีข้อมูลมาสนับสนุน นอกจากนั้นควรชี้แจงถึงผลที่จะได้รับจากการดำเนินโครงการด้วย
วัตถุประสงค์: คือ สิ่งที่ต้องการจะได้รับหรือผลงานที่ได้จากการดำเนินโครงการ โดยวัตถุประสงค์ดังกล่าวต้องสอดคล้องกับภารกิจขององค์กรด้วย การกำหนดวัตถุประสงค์ที่ดีจะต้องมีคุณลักษณะที่มีความเฉพาะเจาะจง
เป้าหมาย: คือ ผลลัพธ์สุดท้ายที่จะได้รับจากการดำเนินโครงการซึ่งเป็นการกำหนดในเชิงปริมาณหรือคุณภาพ และอาจจะเป็นจำนวนผู้ที่เข้าร่วมโครงการหรือจำนวนผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการก็ได้
วิธีดำเนินการ: เป็นสิ่งที่ระบุถึงลำดับขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมย่อยต่างๆ ของโครงการ เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้
ระยะเวลาดำเนินการ: เป็นการบ่งบอกถึงระยะเวลาการดำเนินโครงการที่ตั้งไว้ โดยมีจุดบอกเวลาตั้งแต่เริ่มต้นและสิ้นสุด
งบประมาณ: เป็นการประมาณการค่าใช้จ่ายในการจัดทำโครงการ โดยอาจจำแนกออกเป็นหมวดหมู่ เช่น ค่าดำเนินโครงการ ค่าบริหารจัดการโครงการ ค่าติดตามและประเมินผลเป็นต้น นอกจากนั้นยังต้องระบุแหล่งที่มาของงบประมาณที่ได้รับด้วยว่ามาจากแหล่งใด
สถานที่: เป็นการระบุสถานที่หรือพื้นที่ที่ใช้ในการดำเนินโครงการ โดยจำเป็นต้องระบุให้ชัดเจนและเจาะจง
ผลที่คาดว่าจะได้รับ: คือสิ่งที่จะได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อมถ้าดำเนินโครงการอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยต้องระบุให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายของโครงการ
การประเมินผล: เป็นการระบุวิธีการประเมินหรือประเด็นที่ควรประเมิน เพื่อจะได้ทราบว่าโครงการที่จัดทำนั้นบรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่

การนำไปประยุกต์ใช้
   การทำโครงการให้ความรู้ผู้ปกครองเป็ยสิ่งสำคัญมากเราจะได้รู้รูปแบบและวิธีทำและการเข้าหาผู้ปกครอง

ประเมิน

ตัวเอง
 ตั้งใจทำงานตามที่คุณครูสั่ง

เพื่อน
 ตั้งใจทำกิจกรรมที่ครูสั่งกันอย่างสนุกสนาน และให้ความร่วมมือดี

ครู
 ครูแนะนำวิธีการที่ถูกต้องให้เป็นอย่างดี เนื้อหามีตัวอย่างให้ดู เข้าใจง่าย




บันทึกการเรียนครั้งที่ 9
 วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม 2559

ความรู้ที่ได้รับ

      การนำเสนอวิจัย







     งานวิจัย เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองกับความรู้ของผู้ปกครองในการสร้างเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในสถานศึกษา เขตอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
การศึกษาระดับ ปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการบริหารการศึกษา
มหาวิทยาลัย  เทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
ปีที่ทำวิจัย พ.ศ. 2554
 ผู้วิจัย สุภาวิณี  ลายบัว

บทนำ
ความสำคัญและความเป็นมาของปัญหาการวิจัย
ประเด็นที่ 1 ศึกษาระดับการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในการสร้างเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยใน 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์และสังคม ด้านสติปัญญา ด้านคุณธรรมจริยธรรม
ประเด็นที่ 2 ศึกษาระดับความรู้ของผู้ปกครองในการสร้างเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยใน 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์และสังคม ด้านสติปัญญา ด้านคุณธรรมจริยธรรม
ประเด็นที่ 3 ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองกับความรู้ของผู้ปกครองในการสร้างเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย ในสถานศึกษา เขตอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

วัตถุประสงค์ของการวิจัย
•เพื่อศึกษาระดับการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองในการสร้างเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในสถานศึกษา
•เพื่อศึกษาระดับความรู้ของผู้ปกครองในการสร้างเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยในสถานศึกษา
•เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการให้ความรู้แก่ผู้ปกกับความรู้ของผู้ปกครองในการสร้างเสริ
พัฒนาการเด็กปฐมวัย

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ผู้บริหารสถานศึกษาสามารถนำข้อมูลมาเป็นข้อมูลในการให้ความรู้เพิ่มเติม หรือจัดกิจกรรม ที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้ปกครองสามารถพัฒนาเด็กปฐมวัยได้อย่างเต็มศักยภาพ
การวิจัยทำให้ทราบแนวทางในการวางแผน เพื่อให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยได้อย่างเหมาะสม
การวิจัยสามารถนำมาเป็นแนวทางสำหรับหน่วยงานที่จัดการศึกษาระดับอนุบาลศึกษาในการนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการวางแผน เพื่อให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยได้อย่างเหมาะสม

ขอบเขตของการศึกษาวิจัย
1.ขอบเขตด้านประชากร คือ ผู้ปกครองนักเรียนที่มีบุตรหลานเรียนอยู่ระดับชั้น1-2 ปีการศึกษา 2553
โรงเรียนในเขต อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จำนวน 9 โรงเรียน จำนวนประชากร 1575 คน
2.ขอบเขตด้านเนื้อหา ผู้วิจัยได้ศึกษากิจกรรมการให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง ในประเด็กสำคัญได้แก่ 
การฝึกอบรม การประชุมผู้ปกครอง การให้การปรึกษา ห้องสมุดสำหรับผู้ปกครอง การเยี่ยมบ้าน และ
ศึกษาเรื่องความรู้ของผู้ปกครองในการสร้างเริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย 4 ด้าน 

สรุปผลการวิจัย
ข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถาม
 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จบการศึกษาระดับ
มัธยมศึกษา ประกอบอาชีพรับจ้าง และมีรายได้เฉลี่ยน้อยกว่า 10,000 บาท
การศึกษาการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเด็ก ปฐมวัย ในสถานศึกษา เขตอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีซึ่งผลการวิจัยมีดังนี้
• ด้านการฝึกอบรม    ภาพโดยรวมของการศึกษาการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย ในสถานศึกษา ในด้านการฝึกอบรมโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย ด้านการฝึกอบรมเป็นรายประเด็น พบว่าที่มีค่าสูงสุด เช่น การสร้างวินัยให้กับเด็ก, การแก้ปัญหาพฤติกรรมเด็ก ฯลฯ โดยครูเป็นผู้ให้ความรู้ในระดับมาก รองลงมาคือ โรงเรียนเคยมีการจัดการอบรมให้ความรู้แก่แก่ผู้ปกครองเรื่องการพัฒนาการเรียนรู้
•ด้านการประชุมผู้ปกครอง      ภาพรวมโดยรวมของการศึกษาการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย ในสถานศึกษา ในด้านการประชุมผู้ปกครอง เป็นรายประเด็น พบว่ามีค่าสูงสุด คือ โรงเรียนเคยมีการจัดการปฐมนิเทศผู้ปกครองนักเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด
รองลงมาคือโรงเรียนเคยจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างครูและผู้ปกครองเพื่อดำเนินกิจกรรมของโรงเรียนร่วมกัน
ด้านการให้การศึกษา     ภาพโดยรวมของการศึกษาให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัย ในสถานศึกษา ในด้านการให้การปรึกษาโดยรวมกันอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาให้ความรู้แก่ผู้ปกครองเด็กปฐมวัยด้านการการปรึกษาเป็นรายประเด็น พบว่ามีค่าสูงสุด โรงเรียนได้ให้การปรึกษาเมื่อผู้ปกครองมีปัญหาเกี่ยวข้องกับตัวเด็กอยู่ในระดับมาก

ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป
•ควรศึกษาเชิงเปรียบเทียบการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองกับความรู้ของผู้ปกครองในการสร้างเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยระหว่างโรงเรียนอนุบาลเอกชนกับโรงเรียนอนุบาลของรัฐบาล
•ควรมีการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการสร้างรูปแบบการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองที่มาจากการวางแผนร่วมกันระหว่างผู้ปกครองกับทางโรงเรียนในการจัดการศึกษาสำหรับผู้ปกครองโดยให้สอดคล้องกับสภาพท้องถิ่นวัฒนธรรมองค์ประกอบพื้นฐานของผู้ปกครอง
•ควรมีการศึกษาปัญหาอุปสรรคและผลการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองที่ทางโรงเรียนได้จัดขึ้น
•ในการวิจัยครั้งนี้ตัวแปรการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองนั้นผู้วิจัยได้เน้นเรื่องของรูปแบบการให้ความรู้แก่ผู้ปกครองดังนั้นในการศึกษาวิจัยครั้งต่อไปอาจจะศึกษาในเรื่องสาระความรู้ที่ทางโรงเรียนจัดให้แก่ผู้ปกครอง

การประยุกต์ใช้
เราสามารถนำวิจัยที่เราทำไปประยุกต์กับการเรียนการสอนของเราได้

ประเมิน
ตนเอง
ตั้งใจฟังเพื่อนนำเสนอวิจัย และถามข้อสงสัย
เพื่อน
เพื่อนๆทุกคนดูตั้งใจนำเสนอวิจัย และพูดจาดี
อาจารย์
ให้คำแนะนำงานวิจัยของแต่ละกลุ่มและช่วยยกตัวอย่างให้เราเข้าใจได้ง่าย